ประกาศสนามคัด ‘ยูเอส โอเพ่น’ล่าที่นั่งลุยชินเนค็อกฮิลส์
สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ ยูเอสจีเอ ประกาศรายชื่อสนามจัดการแข่งขันรอบคัดเลือกยูเอส โอเพ่น รวมทั้งสิ้น 110 สนามทั่วสหรัฐอเมริกา พร้อมสนามคัดเลือกในต่างประเทศที่แคนาดา, เม็กซิโก, อังกฤษ และญี่ปุ่น โดยจะทำการแข่งขันระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน เพื่อลุ้นตั๋วเข้าไปเล่นเมเจอร์ที่ชินเนค็อก ฮิลส์ กอล์ฟ คลับ ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้
กอล์ฟยูเอส โอเพ่น ครั้งที่ 126 จะจัดขึ้นที่สนามชินเนค็อก ฮิลส์ กอล์ฟ คลับ เมืองเซาท์แฮมป์ตัน รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 18–21 มิถุนายน 2026 โดยยูเอสจีเอได้เปิดเผยสนามรอบคัดเลือกทั้งหมด 110 สนามในสหรัฐฯ รวมถึงสนามใน 4 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา, เม็กซิโก, อังกฤษ และญี่ปุ่น

จอห์น โบเดนแฮมเมอร์ หัวหน้าฝ่ายจัดการแข่งขันของยูเอสจีเอ กล่าวว่า “ยูเอส โอเพ่น เป็นการแข่งขันที่เปิดกว้างที่สุดในวงการกอล์ฟ และเป็นการเชิญชวนนักกอล์ฟจากทั่วโลกเข้าร่วมการชิงแชมป์แห่งชาติของสหรัฐอเมริกา สมาคมกอล์ฟพันธมิตรในสหรัฐฯ ดีพี เวิลด์ ทัวร์ รวมถึงสหพันธ์กอล์ฟในแคนาดา ญี่ปุ่น และเม็กซิโก จะร่วมมือกันมอบเส้นทางสู่การแข่งขันผ่านรอบคัดเลือก นักกอล์ฟทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นหลายพันคนจากหลากหลายภูมิหลังจะมีโอกาสคว้าสิทธิ์ลงแข่งขันในปีนี้ที่สนามชินเนค็อก ฮิลส์ กอล์ฟ คลับ”

รอบคัดเลือกระดับท้องถิ่น จะทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 20 เมษายน ถึง 18 พฤษภาคม เล่นแบบสโตรกเพลย์ 18 หลุม ครอบคลุม 110 สนามใน 46 รัฐของสหรัฐอเมริกา รวมถึงแคนาดาและเม็กซิโก ขณะที่รอบคัดเลือกรอบสุดท้าย จะแข่งขันแบบ 36 หลุม ในวันที่ 18 พฤษภาคมบน 13 สนามในสหรัฐอเมริกา พร้อมกับการแข่งขันที่อังกฤษในวันเดียวกัน ส่วนญี่ปุ่นจะจัดในวันที่ 25 พฤษภาคม และแคนาดาในวันที่ 8 มิถุนายน

ย้อนกลับไปในปี 2025 การแข่งขันยูเอส โอเพ่น ที่สนามโอคมอนต์ คันทรี คลับ รัฐเพนซิลเวเนีย มีผู้สมัครเข้าร่วมแข่งขันสูงถึง 10,202 คน นับเป็นสถิติสูงสุด และเป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์ของรายการที่มีผู้สมัครเกิน 10,000 คน โดยสถิติก่อนหน้านี้คือ 10,187 คน ในปี 2023 ซึ่งแข่งขันที่เดอะ ลอสแอนเจลิส คันทรี คลับ รัฐแคลิฟอร์เนีย
สำหรับสนามชินเนค็อก ฮิลส์ กอล์ฟ คลับ จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันยูเอส โอเพ่น เป็นครั้งที่ 6 โดยแชมป์ในอดีตประกอบด้วย เจมส์ ฟูลิส (1896), เรย์มอนด์ ฟลอยด์ (1986), คอรีย์ เพวิน (1995), เรทีฟ กูเซน (2004) และบรูคส์ เคปกา (2018)
