อาวุธลับของ ‘ชนม์เจริญ’แชมป์ไทยแลนด์พีจีเอสองรายการ
ชนม์เจริญ บารมีธนเศรษฐ์ (ภาพ : Thailand PGA)
“เป้าหมายในอาชีพ จริง ๆ ผมก็อยากจะเล่นให้ดีที่สุด ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไปได้ ทั้งพีจีเอทัวร์ ลิฟกอล์ฟ อะไรต่าง ๆ ที่มันเป็นทัวร์สูงสุดของอาชีพนี้”
ชนม์เจริญ บารมีธนเศรษฐ์ เล่าให้ฟังหลังคว้าแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการที่สองในอาชีพในศึกสิงห์-เอสเอที ชลบุรี แชมเปียนชิพ ที่เทรชเชอร์ ฮิลล์ กอล์ฟคลับ จ.ชลบุรี ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
เบอร์ดี้พัตต์ระยะ 25 ฟุตพาเขาเฉือน ทัตพงศ์ ชุติมาภรณ์ ที่หลุมแรกของการเพลย์ออฟ หลังทั้งคู่ทำสกอร์ 72 หลุมเท่ากันที่ 10 อันเดอร์พาร์ 278

ชนม์เจริญเทิร์นโปรในเดือนพฤษภาคม 2022 หนึ่งเดือนให้หลังความสำเร็จเข้ามาเยือนหนุ่มจากชัยนาทอย่างรวดเร็วกับชัยชนะในไทยแลนด์ดีเวลล็อปเมนต์ทัวร์ หรือ ทีดีที ทัวร์รองของสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ที่เขาใหญ่ คันทรี คลับ
“เอาจริง ๆ เป้าหมายของผมคืออยากประสบความสำเร็จในสายอาชีพนี้อยู่แล้ว การชนะทีดีทีมันเหมือนบันไดก้าวแรกที่ทำให้รู้ว่า ผมก็มีโอกาสที่จะไปประสบความสำเร็จได้ แค่ค่อย ๆ พัฒนาไปทีละก้าว”
ในโลกแห่งความเป็นจริง ความสำเร็จในระดับที่สูงกว่าอย่างไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ ดูเหมือนไม่ไกลแต่ก็ยังเกินเอื้อม ได้เพียงเฉียดไปมากับอันดับสองร่วมที่สิงห์ปาร์ค ขอนแก่น ปลายปี 2022 และอันดับสองที่กบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ ในเดือนเมษายน 2023
“ระหว่างทางก็มีแย่ครับ ต้องยอมรับว่าด้วยต้นทุนทางบ้านเราไม่ได้หนา เราต้องสู้เพื่อทุกอย่างในบ้าน พอเราซ้อมหนักมาก แต่ว่าเวลาไปแข่งกลับเครียด แล้วผลงานมันไม่ออก มันก็ทำให้เรารู้สึกว่ามันท้อ”
นักกอล์ฟวัย 25 เล่าต่อว่า “เหมือนเราต้องดูแลครอบครัวให้ได้ พอมันทำไม่ได้ ยิ่งทำให้กดตัวเองลงไปอีก ตอนนั้นถึงขนาดต้องเริ่มมีโค้ชจิตวิทยา”

แล้วถ้วยแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ใบแรกก็เข้าสู่อ้อมกอดหลังชิพอินเบอร์ดี้ระยะ 12 หลาที่หลุมสุดท้าย คว้าชัยชนะสองสโตรกในรายการสิงห์-เอสเอที กาญจนบุรี แชมเปียนชิพ ที่บลูแซฟไฟร์กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท ในเดือนมิถุนายน 2024
แชมป์ที่กาญจนบุรี โปรนก ชนม์เจริญ บอกว่า “มาตรฐานดีขึ้น แต่มันควรจะต้องพัฒนาอีกเยอะ เพราะเราเห็นรุ่นพี่ที่เขาประสบความสำเร็จ ต้องบอกว่าพวกเขาดีมาก ๆ ซึ่งเรายังต้องทำงานอีกมากกว่าจะไปถึงจุดนั้น”
ชนม์เจริญบอกว่าสำหรับเขาแล้ว โค้ชจิตวิทยาสำคัญมาก
“ใช้โค้ชจิตวิทยาตลอดครับ เพราะผมคิดว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของกีฬานี้มันอยู่ที่วิธีคิดล้วน ๆ เลยครับ เมนทัลลิตี้มันไปได้หลายทาง มันทำให้เราพอใจในสวิงที่เรามีอยู่ ทำให้เราเล่นต่อได้ บางทีวงสวิงเราดีแล้ว แต่ความคิดเรามันกังวลหรือกลัว เราก็จะหาอะไรอยู่เรื่อย ๆ ปรับอยู่บ่อย ๆ มันก็จะไม่เจอตัวเองสักที”
นอกจากโค้ชจิตวิทยาแล้ว ครอบครัวคือสิ่งที่ช่วยเยียวยาในยามจิตตก ซึ่งเขายืนยันว่า “สำคัญมากที่สุดเลยสำหรับผมคือ ครอบครัว”
หลังชัยชนะที่กาญจนบุรี ชนม์เจริญต้องใช้เวลาอีกเกือบ 2 ปีกว่าจะกลับมาสู่วงจรแห่งชัยชนะอีกครั้ง
“พอเราเริ่มไม่ชนะอีกครั้ง มันก็กลับมาที่ปัญหาเรื่องความคิด โอเคตอนอยู่บ้านเราซ้อมหนัก ช็อตโอเคดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่พอกลับมาสนามแข่ง มันก็เหมือนวนเข้ามาสู่โรคเดิมที่มันกังวลทุกครั้ง”

ครอบครัวคือสิ่งที่ช่วยเยียวยา
“ครอบครัวผมสำคัญมาก พ่อแม่ พี่ชาย 2 คน พี่สะใภ้ แฟนผม ทุกอย่างที่พวกเขาคอยตีกรอบความคิดเราในช่วงที่เริ่มคิดในเรื่องติดลบ เวลาเครียดมากพวกเขาก็จะคอยให้กำลังใจว่าไม่เป็นอะไร เอาใหม่ ในวันที่เราเหนื่อยเราท้อ เขาก็พยายามเตือนเราว่า เราต้องทำเพื่ออะไร เพื่อใคร”
แม้กระทั่งก่อนรายการเปิดฤดูกาลที่เทรชเชอร์ฮิลล์ ความเครียดก็ยังถาโถมทั้งที่ซ้อมมาเต็มที่
“เราก็ไม่รู้ว่าผลมันจะออกมาเป็นอย่างไร เราก็คิดวนเหมือนโรคเดิม ๆ วนเวียนไปมา กระทั่งวันซ้อมก็ยังไม่ดี เพราะมันเหมือนมันยังไม่หลุดจากกรอบตัวเอง” ชนม์เจริญกล่าว “สุดท้ายก็ตัดสินใจ เอาว่ะแมตช์นี้มุ่งหน้าเอาให้ดีที่สุดเลย ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องกลับไปซ้อมใหม่ จะตกรอบ จะชนะ จะแพ้ ก็กลับไปซ้อมอยู่ดี”
แล้วทุกอย่างก็มาคลิ๊กในสองวันสุดท้ายด้วยสกอร์ 68 และ 66 ตามลำดับ โดยเฉพาะในรอบสุดท้ายที่เริ่มวันด้วยการตามหกสโตรก แต่สู้จนได้เพลย์ออฟและคว้าแชมป์มาครองในที่สุด
“ณ ตอนนี้ถามว่าโอเคไหม ก็ต้องบอกว่าโอเคมาก ๆ เพราะก่อนมารายการนี้ผมกดดันมาก เพราะว่าเราต้องสู้ทุกอย่างเพื่อครอบครัว” โปรนกกล่าว
ก่อนจะจากลา ชนม์เจริญกล่าวทิ้งท้ายว่า “เป้าหมายในอาชีพของผมมันใหญ่ อยากไปให้ไกลที่สุดเท่าที่ผมจะไปได้ แต่ถ้าเป้าหมายแต่ละปีก็มองไปทีละก้าว และสำหรับปีนี้คืออยากได้เอเชียนทัวร์คาร์ดครับ”
ภาพ : Thailand PGA
เรื่อง : พัตเตอร์หยก
