สองล้อไทยผลงานเยี่ยมอันดับโลกสูงขึ้น
สองล้อไทยผลงานเยี่ยม จาย อังค์สุธาสาวิทย์ นักปั่นประเภทลู่ระยะสั้นอันดับโลกขยับพุ่งพรวดจากอันดับที่ 80 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 46 ของโลก จากผลงานในศึกจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์เอเชีย 2025 ที่ฟิลิปปินส์ เมื่อเดือนมีนาคม รวมถึง นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา และ ยืนยง เพชรรัตน์ ก็มีอันดับโลกขยับสูงขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้อันดับโลกของประเทศไทยขยับจากอันดับ 36 ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 20
“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากการที่สหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) จัดอันดับโลกของนักปั่นแต่ละประเภท ซึ่งนักปั่นทีมชาติไทยประเภทลู่ระยะสั้นได้รับข่าวดีอันดับโลกขยับแบบก้าวกระโดดหลังจากทำผลงานเป็นที่พอใจในการแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่เวลโลโดรม ในเมืองทาเกย์ไต ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 25-31 มีนาคม ที่ผ่านมา

พลเอกเดชา กล่าวว่า อันดับโลกในปัจจุบันของประเภทลู่ระยะสั้นทีมชาติไทย ขยับจากอันดับ 36 ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 20 ของโลก เท่ากับว่าขึ้นมาถึง 16 อันดับ ขณะที่อันดับบุคคลระยะสั้นล่าสุด “ทีเจ“ จาย อังค์สุธาสาวิทย์ ที่เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศรายการคีรินและคว้าอันดับ 6 ในรายการสปรินท์บุคคล ทำคะแนนสะสมรวมในอันดับบุคคลขึ้นพรวดเดียว 34 อันดับ จากเดิมอันดับที่ 80 ก็ขยับมาอยู่ในอันดับ 46 ของโลก มีคะแนนสะสมรวม 1,330 คะแนน “แนว” จ.ต.นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา ขยับ 16 อันดับมาอยู่ที่ 138 ของโลก และ “มะขาม” ส.ต.ท.ยืนยง เพชรรัตน์ อันดับ 374 ของโลกขยับขึ้น 4 อันดับ
“ผลงานของนักปั่นทีมชาติไทยทั้ง 3 คนในการแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์เอเชีย 2026 เป็นไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการแข่งขันเมื่อปี 2025 ที่ประเทศมาเลเซีย ไม่ว่าจะเป็นรายการทีมสปรินท์, คีริน และสปรินท์บุคคล ล้วนมีผลงานที่ดีขึ้นทั้งในด้านสถิติและผลการแข่งขัน โดยเฉพาะของนรเศรษฐ์ธาดา ในการทำสถิติการแข่งขันไทม์ไทรอัล 1 กม. ที่ทำเวลาเป็นสถิติใหม่ของไทย 1.02.083 นาที เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาการฝึกซ้อมและปรับตัวของนักปั่นไทยทั้ง 3 คนที่ฝึกซ้อมในเวลโลโดรมหัวหมาก ซึ่งเป็นสนามในร่มมีระยะทาง 333.33 เมตรต่อรอบ ขณะที่การแข่งขันชิงแชมป์เอเชียเป็นสนามเวลโลโดรมในร่ม ขนาดความยาว 250 เมตรต่อรอบซึ่งเรามีเวลาในการซ้อมเพียง 2 วันก่อนการแข่งขันเท่านั้น” พลเอกเดชา กล่าว

พลเอกเดชา กล่าวต่อไปว่า สำหรับนักปั่นทีมชาติไทยประเภทลู่ระยะสั้น มีกำหนดเดินทางไปแข่งขันรายการใหญ่คือการแข่งขันจักรยานประเภทลู่ เวิลด์คัพ 2026 สนาม 2 ที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ระหว่างวันที่ 17-19 เมษายน และสนาม 3 ที่เวลโลโดรมเมืองนิไล ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 24-26 เมษายน โดยมีเป้าหมายทำคะแนนสะสมโลก ทั้งอันดับประเทศและอันดับบุคคลให้ขึ้นมาสูงที่สุด เพื่อลุ้นให้นักปั่นไทยได้โควตาแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์โลก ยูซีไอ แทร็ค เวิลด์ แชมเปียนชิพ 2026 ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 14-18 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นรายการสำคัญสำหรับเก็บคะแนนสะสมคัดเลือกนักปั่นประเภทลู่เข้าร่วมชิงชัยในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา
“สำหรับคะแนนสะสมการแข่งขันจักรยานประเภทลู่เวิลด์คัพ สหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) ในแต่ละอันดับจะสูงกว่าการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย โดยในประเภทบุคคล ผู้ที่ได้แชมป์เวิลด์คัพแต่ละสนามจะได้คะแนนสะสม 800 คะแนน ขณะที่การแข่งขันชิงแชมป์ทวีป แชมป์จะได้รับคะแนนสะสม 600 คะแนน ส่วนประเภททีม ระดับชิงแชมป์ทวีป ทีมแชมป์จะได้รับคะแนนสะสม 900 คะแนน ส่วนแชมป์เวิลด์คัพจะได้รับ 1,200 คะแนน ซึ่งปัจจุบันทีมชาติไทยมีโอกาสที่จะขยับคะแนนประเทศขึ้นไปอยู่ท็อป 15 ของโลกได้ หากนักปั่นทีมชาติไทยยังคงผลงานได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนอันดับบุคคล จายน่าจะขยับอันดับขึ้นมาติดท็อป 30 ของโลก ซึ่งเป็นอันดับที่เพียงพอสำหรับการควอลิฟายเข้าสู่การแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์โลกที่มีความสำคัญมากต่อโอกาสของทีมนักปั่นประเภทลู่ไทยในการควอลิฟายไปโอลิมปิกเกมส์ 2028” พลเอกเดชา กล่าวในที่สุด
