นักปั่นทีมชาติไทยลุยเวิลด์คัพสองสนามติดล่าตั๋วโอลิมปิก
สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เตรียมส่ง 3 นักปั่นไปแข่งขันจักรยานประเภทลู่ ยูซีไอ แทร็ค เวิลด์คัพ 2026 สนามที่ 2 ที่ฮ่องกง และสนามที่ 3 ที่มาเลเซีย เพื่อเก็บคะแนนสะสมในการควอลิฟายเข้าสู่การแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์โลก ยูซีไอ แทร็ค เวิลด์ แชมเปียนชิพ 2026 ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ในเดือนตุลาคม และโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา
“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า สมาคมฯ เตรียมส่ง 3 นักปั่นทีมชาติไทยประเภทลู่ระยะสั้นชุดเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ออกตระเวนล่าคะแนนสะสมโลกเพื่อลุ้นโควตาโอลิมปิกเกมส์ฤดูร้อน 2028 ประกอบด้วย “ทีเจ” จาย อังค์สุธาสาวิทย์, “แนว” จ.ต.นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา และ “มะขาม” ส.ต.ท.ยืนยง เพชรรัตน์ โดยมี “โค้ชนพ” ร.ต.อ.อดิศักดิ์ วรรณศรี เป็นผู้จัดการทีม ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินทีจี 638 เมื่อวันที่ 14 เมษายน เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานประเภทลู่ ยูซีไอ แทร็ค เวิลด์คัพ 2026 สนามที่ 2 ระหว่างวันที่ 17-19 เมษายน

พลเอกเดชา กล่าวว่า ในการแข่งขันเวิลด์คัพ สนาม 2 ที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง 3 นักปั่นไทยจะลงแข่งขัน 3 รายการ ได้แก่ ประเภททีมในรายการทีมสปรินท์ กำหนดการแข่งขันวันที่ 17 เมษายน ส่วนอีก 2 รายการเป็นประเภทบุคคล ประกอบด้วย รายการคีริน แข่งขันวันที่ 18 เมษายน และรายการสปรินท์บุคคล แข่งขันวันที่ 19 เมษายน โดยมีจายกับนรเศรษฐ์ธาดา เป็นตัวหลักในการแข่งขันประเภทบุคคลทั้ง 2 รายการ และหลังจากนั้นนักปั่นไทยทั้ง 3 คนก็จะเดินทางไปแข่งขันสนามที่ 3 ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 24-26 เมษายน ต่อเนื่องทันที
“สำหรับการแข่งขันในศึกเวิลด์คัพทั้ง 2 รายการ สมาคมฯ ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าในประเภททีมสปรินท์ควรจะต้องทำสถิติให้ได้ 43.500 วินาที ต้องดีกว่าที่นักปั่นไทยชุดนี้ทำไว้ 44.221 วินาที ในการแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อลุ้นโอกาสในการเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งรายการทีมสปรินท์มีทีมเข้าแข่งขันจำนวน 16 ทีม เป็นทีมจากยุโรปเข้าร่วมแข่งขันคับคั่ง ขณะที่ทีมจากเอเชีย ได้แก่ จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อินเดีย และฮ่องกง ส่วนการแข่งขันรายการคีรินและสปรินท์ ก็มีนักปั่นชั้นนำของโลกเข้าแข่งขันแต่ละรายการมากกว่า 60 คน นับเป็นศึกหนักของนักกีฬาไทย แต่สมาคมฯ ก็ตั้งเป้าหมายว่าต้องเข้ารอบให้ลึก ๆ และเก็บคะแนนสะสมให้ได้มากที่สุด เพื่อลุ้นโอกาสในการควอลิฟายเข้าสู่การแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์โลก ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ในเดือนตุลาคม และโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา” พลเอกเดชา กล่าว

พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันสนามที่ 2 คณะนักปั่นทีมชาติไทยก็จะออกเดินทางจากเขตปกครองพิเศษฮ่องกงมุ่งหน้าไปยังประเทศมาเลเซียเพื่อเตรียมความพร้อมแข่งขันสนามที่ 3 ระหว่างวันที่ 24-26 เมษายน สำหรับการส่งนักปั่นประเภทลู่ระยะสั้นทีมชาติไทยสู้ศึกระดับโลกทั้ง 2 สนามดังกล่าว นอกจากเป้าหมายในการขยับอันดับโลกเพื่อลุ้นโควตาชิงแชมป์โลกและโอลิมปิกเกมส์แล้ว ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเก็บตัวฝึกซ้อมระยะยาวของทีมชาติไทยเพื่อสู้ศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ซึ่งการส่งเข้าแข่งขันเวิลด์คัพทั้ง 2 สนาม รวมถึงการแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ที่ผ่านมา ล้วนแต่ใช้งบประมาณของสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ทั้งหมด
“ต้องยอมรับว่าสมาคมกีฬาจักรยานฯ มีความหนักใจในเรื่องการจัดหางบประมาณส่งนักปั่นไทยทั้งประเภทลู่, ถนน, เสือภูเขา และบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง ไปตระเวนแข่งขันเพื่อเก็บคะแนนสะสมโลกในการคัดเลือกโควตาโอลิมปิกเกมส์ ในสภาวะที่ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พักและค่าอาหารของทีมนักปั่นไทยต่างก็ขยับสูงขึ้นจากผลกระทบของความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะคลี่คลายลงเมื่อใด แต่อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ก็จะพยายามหางบประมาณมาสนับสนุนให้ได้มากที่สุด ในการส่งนักกีฬาจักรยานไทยไปแข่งขันรายการต่าง ๆ เพื่อลุ้นโควตาโอลิมปิกเกมส์ 2028 โดยสมาคมฯ ตั้งเป้าหมายว่านักปั่นไทยจะต้องควอลิฟายให้ได้ไม่น้อยไปกว่าการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่เราผ่านควอลิฟายในประเภทถนนชายและหญิง บีเอ็มเอ็กซ์เรซซิงชาย และประเภทลู่ระยะสั้นชาย” พลเอกเดชา กล่าวในที่สุด
