14 Sep 2026

นายกชี้ศึกไทยแลนด์โอเพ่นบรรลุยุทธศาสตร์สมาคมจักรยาน

rb13092602

“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี เผยจักรยานไทยแลนด์ โอเพ่น ประจำปี 2569 ประสบความสำเร็จตามแผนยุทธศาสตร์ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ ทุกประการ หลังเปิดเวทีให้นักกีฬาหน้าใหม่ทั้งรุ่นยุวชน เยาวชน ได้แสดงศักยภาพ ก่อนคัดเลือกนักปั่นมีผลงานโดดเด่นก้าวขึ้นสู่ทีมชาติไทยไปแข่งขันทั้งเอเชียนยูธเกมส์ และยูธโอลิมปิกเกมส์ รวมทั้งรุ่นมาสเตอร์ไปแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย 

           การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางเรียบ และจักรยานประเภทถนน ไทยแลนด์ โอเพ่น ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2569 สนามที่ 4 (สนามสุดท้าย) ระหว่างวันที่ 12-13 กันยายน 2569 ที่สนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข ภายในบึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร สำหรับวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา มีพิธีเปิดการแข่งขันจักรยานประเภทถนน โดยได้รับเกียรติจาก นายสิงหราช วงษ์เสงี่ยม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร เป็นประธาน พร้อมด้วย นายธนิต ภูมิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร, นาวาเอก ฐิตพร น้อยรักษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ผู้แทนของ พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมในพิธี

           พลเอกเดชา เปิดเผยว่า สำหรับการแข่งขันจักรยานไทยแลนด์ โอเพ่น ตั้งแต่สนามแรกจนถึงสนามสุดท้ายที่จังหวัดพิจิตรนับว่าประสบความสำเร็จตามแผนยุทธศาสตร์ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ ที่มุ่งเน้นการสร้างนักกีฬาหน้าใหม่ทั้งระดับยุวชนและระดับเยาวชนขึ้นมาประดับวงการ โดยนักกีฬาที่มีฝีมือดีและโดดเด่นแต่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะไปแข่งขันในรุ่นประชาชน หรือ Elite สมาคมกีฬาจักรยานฯ ก็จะพิจารณาคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติไทยไปแข่งขันรายการต่าง ๆ เช่น เอเชียนยูธเกมส์, ยูธโอลิมปิกเกมส์ และชิงแชมป์โลก รวมไปถึงรุ่นมาสเตอร์ หรือรุ่นอาวุโส ที่มีฝีมือดีก็จะเป็นตัวแทนทีมชาติไทยไปแข่งขันจักรยานชิงแชมป์เอเชียต่อไป หากสมาคมกีฬาจักรยานฯ ไม่จัดการแข่งขันรายการไทยแลนด์ โอเพ่น ขึ้นมารองรับ เราก็อาจจะเตรียมนักกีฬาไม่ทัน

           พลเอกเดชา กล่าวว่า ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง สมาคมกีฬาจักรยานฯ จัดการแข่งขันจักรยานไทยแลนด์ โอเพ่น ปีละ 4 สนาม โดยมีระเบียบข้อบังคับระบุว่าไม่อนุญาตให้นักกีฬาทีมชาติลงแข่งขัน เนื่องจากสมาคมฯ ต้องการให้เป็นเวทีสำหรับนักกีฬาหน้าใหม่และดาวรุ่ง ทั้งรุ่นยุวชน เยาวชน และประชาชน ได้ลงสนามแสดงศักยภาพและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพื่อเฟ้นหานักกีฬาที่มีผลงานโดดเด่นก้าวขึ้นสู่ทีมชาติในอนาคต

           ด้าน นายสิงหราช วงษ์เสงี่ยม รองนายก อบจ.พิจิตร เปิดเผยว่า ตามที่ได้เห็นนักปั่นเข้าร่วมการแข่งขันที่สนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข บึงสีไฟ มากกว่า 500 คน รวมถึงผู้ติดตามอีกจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศคึกคักมาก และทราบว่าโรงแรมที่พักในจังหวัดพิจิตรเต็มหมดทุกแห่ง ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ในนามของ อบจ.พิจิตร มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งหากในปีหน้าสมาคมกีฬาจักรยานฯ จะกลับมาจัดการแข่งขันเช่นนี้อีก เพราะนอกจากจะเป็นการส่งเสริมกีฬาแล้ว ยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดพิจิตรได้เป็นอย่างดี บรรดาพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการต่าง ๆ มีรายได้เพิ่มมากขึ้น

           นายสิงหราช กล่าวอีกว่า การที่จังหวัดพิจิตรมีโอกาสได้จัดกีฬาหลากหลายชนิด ทำให้บรรยากาศในจังหวัดมีความคึกคัก ไม่ใช่เป็นจังหวัดปิดเหมือนสมัยก่อน ส่วนในปีหน้า (พ.ศ.2570) องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ยินดีให้การสนับสนุนการจัดแข่งขันของสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เช่นเดิม โดย นายกฤษฏ์ เพ็ญสุภา นายก อบจ.พิจิตร ก็ได้มีนโยบายว่าพร้อมให้การสนับสนุนกีฬาจักรยานอย่างเต็มที่

           ด้านผลการแข่งขันจักรยานประเภทถนน ไทยแลนด์ โอเพ่น สนามที่ 4 (ระยะทาง 73 กม.) รุ่นที่น่าสนใจดังนี้

           รุ่นประชาชนชาย ที่ 1 นายพรมนัส วัฒนปรีดา ทีม SPY เวลา 1.35.58 ชั่วโมง, ที่ 2 นายมลตรี ธีระทีป (อิสระ) เวลา 1.35.58 ชั่วโมง, ที่ 3 นายศักดิ์ศรี อาทิตย์ตั้ง ทีมสมาคมจักรยานเมืองพัทยา-SKD เวลา 1.35.59 ชั่วโมง ส่วนแชมป์ประเทศไทยเป็นของ นายพรเทพ โพธิ์สุวรรณ ทีม Small Dig Club (SDC) ด้วยคะแนนรวม 98 คะแนน ได้ครองถ้วยพระราชทานฯ

           รุ่นประชาชนหญิง ที่ 1 น.ส.จุฑามาศ อริยะปพน ทีม SPY เวลา 1.59.07 ชั่วโมง, ที่ 2 น.ส.พรพิศชาณ์ ฆ้องนอก ทีม SPY เวลา 2.01.18 ชั่วโมง, ที่ 3 น.ส.ฐานิตา ล้อวิลัย (อิสระ) เวลา 2.01.19 ชั่วโมง ส่วนแชมป์ประเทศไทยเป็นของ น.ส.อิสริยา ชูพุทธพงษ์ ทีม Core Nutrition Cycling ด้วยคะแนนรวม 124 คะแนน ได้ครองถ้วยพระราชทานฯ

บูรพา หิงไธสง สังกัดทีมโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร

           รุ่นเยาวชนชาย ที่ 1 นายบูรพา หิงไธสง ทีมโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร&Roojai เวลา 1.47.55 ชั่วโมง พร้อมกับคว้าแชมป์ประเทศไทย ด้วยคะแนนรวม 136 คะแนน ได้ครองถ้วยพระราชทานฯ, ที่ 2 นายกฤตภาส มรรคธนัท ทีม Prime19 เวลา 1.47.56 ชั่วโมง, ที่ 3 ด.ช.ภัชรพงศ์ สังฆะสอน ทีมฟิชเชอร์แมนเฟรนด์ กองบิน 46 พิษณุโลก เวลา 1.47.59 ชั่วโมง

บูรพา หิงไธสง และ ธัญชนก จินาภิรมย์ นักปั่นจากทีมโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร คว้าแชมป์คะแนนร่วม ได้ครองถ้วยพระราชทานฯ รุ่นเยาวชนชาย-หญิงอายุไม่เกิน 18 ปี

           รุ่นเยาวชนหญิง ที่ 1 น.ส.ศิรภัสสร ศรีไสว ทีมฟิชเชอร์แมนเฟรนด์ วัดดงน้อย โรงเรียนถาวรานุกูล สมุทรสงคราม เวลา 2.01.19 ชั่วโมง, ที่ 2 ด.ญ.วณิศรา เอี่ยมเจริญ ทีม F2P Velopark เวลา 2.01.20 ชั่วโมง, ที่ 3 น.ส.ปุญญิศา วงศ์แหวน ทีม SPY เวลา 2.01.20 ชั่วโมง ส่วนแชมป์ประเทศไทยเป็นของ น.ส.ธัญชนก จินาภิรมย์ ทีมโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร&Roojai ด้วยคะแนนรวม 130 คะแนน ได้ครองถ้วยพระราชทานฯ