7 May 2026

สมาคมจักรยานใช้วิทยาศาสตร์การกีฬายกระดับนักปั่นทีมชาติ

tca07052602

สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ผนึกกำลังศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา กกท. นำเทคโนโลยีและการวิเคราะห์แลคเตทพัฒนาศักยภาพนักปั่นทีมชาติไทยแบบเฉพาะบุคคล เตรียมความพร้อมสู่มหกรรมกีฬาใหญ่เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมเดินหน้าส่งดาวรุ่งเก็บประสบการณ์ระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

          พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ กล่าวว่า สมาคมฯ ได้รับความร่วมมือจากศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในโครงการศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ ซึ่งกีฬาจักรยานเป็น 1 ใน 10 สมาคมกีฬานำร่องของโครงการ โดย นายศักดิ์สยาม แสวงไวศยสุข ผู้อำนวยการกองศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ ได้นำคณะผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์การกีฬาไปเจาะเลือดวิเคราะห์ค่าแลคเตทของนักปั่นทีมชาติไทยชุดเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ประเภทถนนและประเภทเสือภูเขา ที่โรงแรมชาโต เดอ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 28-30 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นค่ายเก็บตัวของนักปั่นทีมชาติไทย

           “จากการเจาะเลือดวิเคราะห์ดังกล่าว ได้รับข้อมูลว่า นายศักดิ์สยาม แสวงไวศยสุข ผู้อำนวยการกองศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ แสดงความพอใจในความร่วมมือและตั้งใจในการทำทดสอบแรมป์ เทส หรือการเจาะเลือดวิเคราะห์แลคเตทในเลือดอย่างเต็มที่ทั้งตัวนักกีฬาและผู้ฝึกสอน ซึ่งตามแผนงานจะมีการเจาะเลือดวิเคราะห์แลคเตทอีก 2 ครั้งในระยะเวลาห่างกันแต่ละครั้งประมาณ 8 สัปดาห์เพื่อนำผลที่ได้มาเปรียบเทียบพัฒนาการทางร่างกายของนักกีฬาจากการฝึกซ้อม” พลเอกเดชา กล่าว

           พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า สำหรับผลการวิเคราะห์ดังกล่าว พ.อ.อ.ภุชงค์ ซ้ายอุดมศิลป์ ผู้ฝึกสอนประเภทถนน และ มร.โรเบิร์ต เฮอร์เบอร์ จูเนียร์ ผู้ฝึกสอนประเภทเสือภูเขาชาวอเมริกัน จะนำไปใช้ในการออกแบบแผนการฝึกซ้อมแบบเฉพาะเจาะจงตามข้อมูลที่ได้รับจากการเจาะวิเคราะห์แลคเตท เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านความอดทนของนักกีฬา อันเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการแข่งขันที่ต้องใช้ความทนทานสูงเป็นระยะเวลานานในกีฬาจักรยานประเภทถนนและเสือภูเขา ขณะที่การเจาะเลือดวิเคราะห์แลคเตทครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 จะเป็นเครื่องมือวัดว่าแผนการฝึกซ้อมของนักกีฬาแต่ละคนได้ผลอย่างไร และมีพัฒนาการอย่างไร ส่วนในประเภทลู่และบีเอ็มเอ็กซ์เรซซิง กระบวนการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาจะแตกต่างออกไป เนื่องจากเป็นการแข่งขันที่เน้นพละกำลังและความเร็วมากกว่าความทนทาน ก็จะเน้นไปที่การสร้างกล้ามเนื้อที่มีผลในเรื่องความเร็วเป็นหลัก 

           “เสธ.หมึก” กล่าวเพิ่มเติมว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ มีนโยบายนำวิทยาศาสตร์การกีฬา และกระบวนการประยุกต์วิทยาศาสตร์การกีฬาทุกแขนงทั้งทางตรงและทางอ้อมมาปรับใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพและสุขภาพโดยรวมของนักกีฬาทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อม การแข่งขัน อุปกรณ์การฝึกซ้อมและอุปกรณ์การแข่งขัน โภชนาการ จิตวิทยาไปจนถึงการฟื้นฟูสภาพร่างกาย ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนั้น พลตรีนายแพทย์ภูษิต เฟื่องฟู อุปนายกฝ่ายแพทย์สมาคมกีฬาจักรยานฯ เป็นผู้กำกับดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดกับคณะผู้ฝึกสอนในแต่ละประเภท ซึ่งก็จะมีความแตกต่างกันไปในรายละเอียดของแต่ละประเภทกีฬา