19 Apr 2026

เพิ่มเงินรางวัล ‘ฮอนด้าแอลพีจีเอไทยแลนด์’เป็น1.8 ล้านดอลลาร์ฯ

honda10112501

นางรัชนี จิรถาวรกุล (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้จัดการทั่วไปสายงานวางแผนธุรกิจ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด, นายนคร วิมลจิตรสอาด (ที่ 2 จากขวา) ผู้จัดการทั่วไปสายงานสื่อสารการตลาด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, นายไมเคิล ปีเตอร์ เคร้าส์ (ซ้าย) ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด และนายธยาน์ ก่อนันทเกียรติ (ขวา) กรรมการผู้จัดการใหญ่ สยามคันทรีคลับ ประกาศความพร้อมจัดการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026

ฮอนด้า ผู้นำด้านเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแห่งอนาคต ผนึกกำลัง 3 บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ร่วมกับบริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความพร้อมจัดศึกฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 ระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์  2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี โดยมีนักกอล์ฟชั้นนำจากแอลพีจีเอทัวร์ 72 คนร่วมชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ หรือประมาณ 60 ล้านบาท

          นายโทชิโอะ คุวาฮาระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “กอล์ฟสตรีในปัจจุบันได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียมในวงการกีฬา ฮอนด้า ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ มาตั้งแต่ปี 2006 รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ประกาศจัดการแข่งขันครั้งที่ 19 ในปี 2026 โดยจะมีนักกอล์ฟหญิงระดับโลก 72 คนมาร่วมประชันฝีมือ ให้แฟนกีฬาทั่วโลกได้ร่วมลุ้นแชมป์ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การแข่งขันรายการนี้ไม่เพียงเป็นเหนึ่งในเวทีสำคัญที่ผลักดันให้นักกอล์ฟสตรีไทยก้าวสู่ระดับโลก หากยังมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศไทย อีกทั้งยังมุ่งมั่นสร้างสังคมที่ยั่งยืน ผ่านกิจกรรมเพื่อเยาวชนและชุมชนอย่างต่อเนื่อง”

          “ฮอนด้าเชื่อมั่นใน พลังแห่งความฝัน (The Power of Dreams) และมุ่งมั่นผลักดันผู้คนและสังคมให้ก้าวสู่ความฝันของตน เราสนับสนุนให้นักกีฬาและแฟนกีฬาได้กล้าเผชิญกับความท้าทาย และก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง ผ่านเวทีการแข่งขันระดับโลกอย่าง ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นเวทีขับเคลื่อนความฝันสำหรับผู้ที่รักในกีฬากอล์ฟ ในการแข่งขันครั้งนี้ ฮอนด้าพร้อมส่งมอบความสนุกผ่านเกมการแข่งขันและกิจกรรมมากมาย พร้อมต้อนรับแฟนกอล์ฟจากทั่วประเทศและทั่วโลกให้มาร่วมชมและเชียร์อย่างเต็มรูปแบบ ฮอนด้าขอขอบคุณผู้สนับสนุนและพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้จัดการแข่งขันและทีมงานเบื้องหลังที่ร่วมกันทำให้การแข่งขันครั้งนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง”

          ด้านวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า “ช่วงต้นปีที่ผ่านมาเราทำสถิติผู้ชมในสนามกว่า 50,000 คน ตอกย้ำศักยภาพของกีฬากอล์ฟในไทยและเอเชียเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และไม่มีช่วงเวลาใดเหมาะสมไปกว่าตอนนี้ที่จะหันมาสนใจกีฬากอล์ฟ เป้าหมายของเราคือทำให้ทั้ง ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ และกอล์ฟ เป็นกีฬาที่เข้าถึงได้ง่าย ด้วยความร่วมมือระหว่างฮอนด้า, ไอเอ็มจี และพันธมิตรทุกภาคส่วน เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้อย่างแน่นอน พร้อมนำเสนอประสบการณ์การชมกอล์ฟในมิติใหม่ที่ผสานกีฬาเข้ากับไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว”

กิจกรรมจูเนียร์ กอล์ฟ โปรแกรม

          สำหรับนอกสนาม ยังคงอัดแน่นด้วยกิจกรรมพัฒนาบุคลากรและเยาวชนอย่างยั่งยืน อาทิ โครงการฝึกงานเยาวชน ยัง แอสบาสเดอร์ โปรแกรม (Young Ambassador Program), โครงการอาสาสมัครภาคสนาม (Volunteer), การแข่งขันรอบคัดเลือกระดับประเทศ (National Qualifiers), กิจกรรมเพื่อสังคม ซีเอสอาร์ และ โครงการอบรมกอล์ฟเยาวชน (Junior Golf Program) ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากนักกอล์ฟเยาวชนและผู้ปกครอง

          ก่อนประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมปี 2026 นักกอล์ฟจากไทยและญี่ปุ่นคือสองประเทศที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ อาทิ  อาฒยา ฐิติกุล มือหนึ่งของโลก, “แพตตี้”ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์ปี 2024, เอรียา จุฑานุกาล แชมป์ปี 2021 แลชเนตตี วรรณแสน จากแชมป์ 2 สมัยเนชันแนล ควอลิฟายเออร์ส สู่แชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ 

อาฒยา ฐิติกุล

          นักกอล์ฟญี่ปุ่นก็มาแรงไม่แพ้กันด้วย 7 แชมป์ตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2025 นำโดย มิยู ยามาชิตะ แชมป์รายการเมเจอร์ วีเมนส์ บริติช โอเพ่น และเมย์แบงก์ แชมเปียนชิพ รวมถึงนักกอล์ฟรุ่นใหม่อย่าง ริโอะ ทาเคดะ แชมป์ บลูเบย์ แอลพีจีเอ, มาโอะ ไซโกะ แชมป์รายการเมเจอร์ เชฟรอน แชมเปียนชิพ และคู่แฝด อากิเอะ–ชิซาโตะ อิวาอิ ที่คว้าแชมป์ พอร์ตแลนด์ คลาสสิก และแชมป์ริเวรา มายา โอเพ่น และล่าสุด  นาสะ ฮาตาโอกะ เพิ่งคว้าแชมป์โตโต เจแปน คลาสสิก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

          จีโน่ อาฒยา กล่าวว่า “ถ้ามีช่วงเว้นจากการแข่ง จีนเองก็ชอบแวะกลับไทยอยู่แล้ว การกลับมาฉลองวันเกิดกับครอบครัวและลงแข่ง ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของทุกปีค่ะ เหมือนได้มาเติมพลังกับแฟน ๆ ชาวไทย แล้วยังได้มาส่งต่อแรงบันดาลใจให้น้อง ๆ เยาวชนด้วย แล้วมาเจอกันเดือนกุมภาพันธ์นี้นะคะ” 

แองเจิล หยิน แชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025

          ด้านแองเจิล หยิน แชมป์ปี 2025 ชาวอเมริกัน ยืนยันจะกลับมาป้องกันแชมป์ เธอกล่าวว่า “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่ประทับใจที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องการแข่งขัน แต่เพราะบรรยากาศเต็มไปด้วยพลัง การต้อนรับที่อบอุ่นของแฟน ๆ ได้ไปฉลองแชมป์นี้ด้วยการไปดูทิฟฟานี่โชว์ พัทยาด้วย สนุกมาก ๆ พร้อมแล้วที่จะได้กลับมาอีกครั้ง”

          ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 เปิดจำหน่ายบัตรแล้วผ่านทางเว็บไซต์ hondalpgathailand.com โดยกำหนดราคาบัตรเข้าชมวันเดียว พฤหัส-ศุกร์ วันละ 500 บาท เสาร์–อาทิตย์ วันละ 700 บาท  บัตรเข้าชมสองวัน (เสาร์–อาทิตย์) ราคา 1,200 บาท และบัตรเข้าชมครบทั้ง 4 วัน ราคา 1,600 บาท ผู้ชมอายุต่ำกว่า 16 ปี และมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมฟรีผ่านทางเว็บไซต์ดังกล่าว