18 Sep 2026

เลือก ‘แลนแคสเตอร์ คันทรี คลับ’จัดยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น 2044

usga18092601

แลนแคสเตอร์ คันทรี คลับ (ภาพ: USGA)

สมาคมกอล์ฟสหรัฐอเมริกา หรือ ยูเอสจีเอ เลือกแลนแคสเตอร์ คันทรี คลับ ในรัฐเพนซิลเวเนีย เป็นสังเวียนจัดการแข่งขันชิงแชมป์ของสมาคมฯ รวม 5 รายการ ตั้งแต่ปี 2028 ถึงปี 2044 ได้แก่ ยูเอส เกิร์ลส์ จูเนียร์ ปี 2028, ยูเอส ซีเนียร์ วีเมนส์ โอเพ่น ปี 2033, ยูเอส วีเมนส์ มิด-อเมเจอร์ ปี 2037, ยูเอส วีเมนส์ อเมเจอร์ ปี 2040 และยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น ปี 2044

          จอห์น โบเดนไฮเมอร์ ประธานกรรมการผู้บริหารระดับสูงของการแข่งขันยูเอสจีเอ เผยว่า “การประกาศในครั้งนี้ถือเป็นความมุ่งมั่นระยะยาวที่ครอบคลุมนักกอล์ฟสตรีทุกรุ่นวัย ไม่ว่าจะเป็นนักกอล์ฟเยาวชนที่ลงแข่งขันรายการเกิร์ลส์ จูเนียร์ เป็นครั้งแรก หรือนักกอล์ฟรุ่นเก๋าในรายการซีเนียร์ วีเมนส์ โอเพ่น และสนามแลนแคสเตอร์จะเป็นเวทีพิสูจน์ฝีมือสำหรับนักกอล์ฟหญิงทุกช่วงวัยตลอดระยะเวลาสองทศวรรษข้างหน้า”

          ด้าน ลอเรน สเตเดล ประธานแลนแคสเตอร์ คันทรี คลับ กล่าวว่า “สิ่งที่ทำให้การประกาศครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่ง คือคุณค่าที่มันมอบให้กับชุมชนของเรา การแข่งขันชิงแชมป์เหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กสาวได้ออกมาชมฝีมือของนักกอล์ฟระดับแนวหน้า และได้เห็นภาพการคว้าแชมป์กันถึงถิ่นของพวกเธอเอง ประสบการณ์ดังกล่าวจะสร้างความประทับใจที่ฝังลึกและส่งผลดีต่อเนื่องไปอีกหลายรุ่น การได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันถึง 5 รายการจนถึงปี 2044 ถือเป็นการสานต่อตำนานการเป็นสนามจัดการแข่งขันระดับแชมเปียนชิพของแลนแคสเตอร์ออกไปอีก 20 ปี”

แลนแคสเตอร์ คันทรี คลับ (ภาพ: USGA)

          แลนแคสเตอร์ คันทรี คลับ ออกแบบโดย วิลเลียม ฟลินน์ และเปิดให้บริการเมื่อปี 1920 ก่อนจะปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2007 โดยมี รอน ฟอร์ส เป็นผู้นำในการควบคุมดูแล ขณะที่หลายองค์ประกอบยังคงรักษาการออกแบบดั้งเดิมเอาไว้ สนามนี้เคยจัด ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น มาแล้ว 2 ครั้ง ล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2024 ซึ่ง ยูกะ ซาโสะ เอาชนะ ฮินาโกะ ชิบุโนะ จากญี่ปุ่นด้วยกันไป 3 สโตรก คว้าแชมป์สมัยที่สองของเธอ หลังจากคว้าแชมป์ครั้งแรกที่โอลิมปิก คลับ เมื่อปี 2021

          ส่วนการจัดการแข่งขันยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น ครั้งแรกที่สนามแห่งนี้เกิดขึ้นในปี 2015 โดยครั้งนั้น ชอน อิน-จี จากเกาหลีใต้คว้าแชมป์ไปครอง ซึ่งเป็นหนึ่งในสองแชมป์แรกของเธอในการเล่นอาชีพแอลพีจีเอทัวร์ และยังเป็นรายการเมเจอร์อีกด้วย โดย ชอน อิน-จี ยังคงมีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับคลับแห่งนี้เรื่อยมา รวมทั้งการทำงานผ่านมูลนิธิเพื่อการศึกษาที่เธอและแลนแคสเตอร์ร่วมกันก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนนักเรียนในท้องถิ่น